วิธีลดหน้าท้องอย่างสนุก โดยการเล่นฟิตเนสบอล

ลูกบอลฟิตเนสกลมๆโตๆ ที่เด้งดึ๋งกลิ้งไปมา ซึ่งคุณสาวๆหลายๆคนคงจะเคยเห็น หรือเคยลองขึ้นไปนั่งเล่นกันมาบ้างแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เจ้าฟิตเนสบอลจอมเด้งดึ๋งนี้ จะมีคุณสมบัติที่ช่วยในการลดหน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากชนิดที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ฟิตเนสบอลช่วยลดหน้าท้องได้อย่างไร
ฟิตเนสบอล เป็นลูกบอลทรงกลมขนาดใหญ่ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการบริหารร่างกายได้อย่างมากมายหลากหลายท่า รวมทั้งเป๋นวิธีลดหน้าท้องให้เรียบกระชับมากยิ่งขึ้น และยังช่วยในการลดไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ฟิตเนสบอลยังมีความนุ่มนวล ปลอดภัย เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาที่หลัง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดอาการบาดเจ็บขึ้น ในขณะที่กำลังออกกำลังกายบริหารพุงอยู่

การนั่งทรงตัวอยู่บนฟิตเนสบอลที่มีลักษณะเป็นทรงกลมนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ยากลำบากเอาการเลยทีเดียว แต่ในความยากลำบากนี้เองที่จะช่วยให้คุณสาวๆเกิดการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องไปโดยอัตโนมัติ จึงทำให้กลายมาเป็นวิธีลดหน้าท้องให้เล็กลงได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกฟิตเนสบอลให้เหมาะสมกับตัวเอง
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการลดพุงอย่างสูงสุด คุณสาวๆจึงควรที่จะเลือกฟิตเนสบอลที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเอง โดยสามารถใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์วัดอย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.คนที่สูงน้อยกว่า 150 เซนติเมตร ควรเลือกฟิตเนสบอลที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 55 เซนติเมตร
2.คนที่สูงระหว่า 150-170 เซนติเมตร ควรเลือกฟิตเนสบอลที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 65 เซนติเมตร
3.คนที่สูงมากกว่า 170 เซนติเมตร ควรเลือกฟิตเนสบอลที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร

วิธีการลดหน้าท้องโดยการเล่นฟิตเนสบอล
สำหรับคุณสาวๆที่เริ่มจะมองเห็นประโยชน์จากวิธีลดหน้าท้องที่เกิดขึ้นจากฟิตเนสบอล ก็สามารถที่จะทำการออกกำลังกายโดยใช้ฟิตเนสบอล หรือประยุกต์ใช้ฟิตเนสบอลในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยในการลดหน้าท้องได้อย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.การลดหน้าท้องโดยใช้ฟิตเนสบอลในชีวิตประจำวัน เพียงแค่คุณสาวๆเปลี่ยนการนั่งดูโทรทัศน์จากเก้าอี้มาเป็นฟิตเนสบอลแทน ในระยะเวลานานๆ จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้อง และทำให้หน้าท้องแบนราบมากยิ่งขึ้น และในขณะที่กำลังนั่งทรงตัวอยู่บนฟิตเนสบอล ควรทำสมาธิหลับตา เพราะจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อของร่างกายมีการทำงานที่หนักมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการช่วยรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้อีกด้วย
2.การออกกำลังกายโดยใช้ฟิตเนสบอล สำหรับท่าออกกำลังกายโดยการใช้ฟิตเนสบอลมีอยู่หลากหลาย ซึ่งคุณสาวๆสามารถเลือกนำไปใช้ในการออกกำลังกายเพื่อลดพุง ดังต่อไปนี้

ท่าบริหารลดพุงท่าที่ 1 ครันช์ (Crunch) : เริ่มต้นจากการนอนคว่ำลงไปที่ฟิตเนสบอล โดยให้หน้าท้องสัมผัสที่ตัวลูกบอล เหยียดขาให้ตึง กางขาออกจากกันเล็กน้อย เพื่อใช้เป็นฐานในการทรงตัว
-จากนั้นให้นำมือทั้งสองข้างมาประสานกันที่ท้ายทอย และทำการเกร็งหน้าท้องโดยการหายใจเข้าออก แล้วจึงค่อยๆโยกตัวส่วนบนขึ้น – ลง อย่างช้าๆ โดยพยายามอย่าออกแรงมาก เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดความเสียสมดุล จนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หลังขึ้นได้
-ทำซ้ำในท่าบริหารดงกล่าวไปเรื่อยๆ หรือจะทำเป็นเซ็ต โดยขยับขึ้นลง 8-10 ครั้ง ให้นับเป็น 1 เซ็ต
ท่าบริหารลดพุงท่าที่ 2 Lying Crunch on ball : เริ่มต้นจากการนั่งอยู่บนลูกบอล แล้วขยับตัวให้ลูกบอลอยู่ระหว่างสะโพกและหลัง ส่วนเท้าให้แยกออกจากกัน ให้ขาอยู่ในลักษณะตั้งฉากกับพื้น โดยพยายามประคองร่างกายอยู่บนลูกบอลให้สมดุล จากนั้นให้ประสานมือเอาไว้ที่บริเวณท้ายทอย เกร็งหน้าท้อง แล้วยกตัวขึ้น-ลง คล้ายกับการซิทอัพ

เชื่อว่าวิธีลดหน้าท้อง โดยการใช้ฟิตเนสบอลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยากจนเกินความสามารถของคุณสาวๆนัก ขอเพียงแค่มีความตั้งใจจริง และออกกำลังกายโดยการใช้ฟิตเนสบอลอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คุณสาวๆก็เตรียมโบกมือลา บ๊าบ บาย หน้าท้องที่เต็มไปด้วยพุงย้วย พร้อมกับกล่าวสวัสดีหน้าท้องที่สวยงามแบนราบได้แล้ว

การเลือกการออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงเพื่อสุขภาพที่ดี

ารที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้บุคคลนั้นประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการศึกษา ด้านการทำงาน เป็นต้น เนื่องจากผู้มีสุขภาพแข็งแรงจะมีความสามารถทางร่างกาย จิตใจ และเวลามากกว่าคนที่ไม่แข็งแรง จึงอาจจะกล่าวได้ว่า การมีสุขภาพดีนั้นเป็นเรื่องที่คนทุกคนปรารถนา ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ อโรคา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ซึ่งการที่เราจะมีสุขภาพที่ได้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการขอพรจากสิ่งศักดิ์ แต่เราทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง คือการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายนั้นเป็นทั้งยาป้องกันโรค ยารักษาโรค และยาบำรุงอย่างดีที่ไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากไปหาซื้อ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อคนทุกเพศทุกวัย

การออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรง
การเลือกการออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงเข้าไปในโปรแกรมการออกกำลังกายของคุณ จะช่วยพัฒนาการจัดท่าทางร่างกายที่ถูกต้องและช่วยเสริมบุคลิกภาพของคุณได้ นอกจากนี้การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อยังเป็นการช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ได้ เพราะกล้ามเนื้อสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเนื้อเยื่ออื่นๆแม้ในขณะพัก จึงนับเป็นผลกำไรอีกอย่างหนึ่งของการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงเป็นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อสู้กับแรงต้านทาน คุณจึงอาจคุ้นกับคำว่าการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน ซึ่งสามารถใช้แผ่นยางยืด ดัมเบล เครื่องยกน้ำหนัก หรือแม้แต่ใช้น้ำหนักตัวคุณเองเป็นแรงต้านในการออกกำลังกาย โดยมีเป้าหมายคือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดหลักๆทั่วร่างกายให้ได้ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ต้องไม่ใช้น้ำหนักมากจนเกินไป ให้คุณหาระดับความหนักที่พอเหมาะสำหรับตนเองในการออกกำลังกายให้ได้ยกละ 8 – 12 ครั้ง คุณอาจจะตั้งใจออกกำลังกายด้วยการไปที่ห้องออกกำลังกายหรือยกน้ำหนักที่บ้าน แต่กิจกรรมในชีวิตประจำวันหลาย ๆ อย่าง เช่น การหิ้วของหรือการทำสวนก็ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เช่นกัน

การออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น

– ถ้าคุณไม่ค่อยได้ยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสที่กล้ามเนื้อนั้นจะหดตัวลงและลดความยืดหยุ่น ซึ่งจะทำให้ข้อต่อยึดติดและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายแบบยืดหยุ่นกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทุกส่วนของร่างกายเป็นประจำทุกวัน
– โยคะ พิลาทิส และ ไทเก็ก เป็นการออกกำลังกายที่เน้นความนุ่มนวลและการยืดหยุ่น การที่คุณค่อยๆผ่อนคลายและยืดกล้ามเนื้อในท่าทางต่างๆค้างท่าไว้สักระยะ พร้อมกับตั้งสมาธิจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ จะทำให้ร่างกายมีทั้งความยืดหยุ่นและความแข็งแรงเพิ่มขึ้น อีกทั้งทำให้คุณได้ผ่อนคลาย การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายมีความสมดุลและเสริมบุคลิกภาพที่ดี

ข้อปฏิบัติที่สำคัญ
– การเดิน การเล่นฟุตบอลและการว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ดีและใช้อุปกรณ์เสริมไม่มาก คุณยังสามารถออกกำลังกายโดยลำพังหรือออกกำลังกายร่วมกับเพื่อนๆได้ด้วย
– พยายามยืดเหยียดกล้ามเนื้อหรือเล่นโยคะทุกวัน เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวข้อต่อและป้องกันการบาดเจ็บ
– พยายามออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงให้ได้ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง

การเจริญเติบโตและการเสื่อมโทรมอวัยวะต่าง ๆ จะเป็นไปตามกฎธรรมชาติแต่การออกกำลังกาย

2

จากสภาพปัจจุบันความเจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษย์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  ดังนั้น คุณภาพชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้า การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม สิ่งหนึ่งที่เราสามารถจะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี วิธีการหนึ่งนั่นก็คือ การออกกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายและใจ เมื่อสองสิ่งนี้มีความเข้มแข็งร่างกายของเราก็จะมีสุขภาพแข็งแรงสามารถเรียน ทำงาน หรือดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีรายงานการวิจัยพบว่าเหตุผลของการไม่ออกกำลังกายของประชาชนชายและหญิง คือ ไม่มีเวลาและอาจสืบเนื่องมาจากสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร ดังนั้น ความต้องการทางด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกจึงเป็นเครื่องมือช่วยให้พฤติกรรมการออกกำลังกายของประชากรได้ดีขึ้น จากเหตุผลดังกล่าว จึงควรมีการส่งเสริม และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายให้ถูกต้อง

แม้ว่าการเจริญเติบโตและการเสื่อมโทรมอวัยวะต่าง ๆ จะเป็นไปตามกฎธรรมชาติแต่การออกกำลังกายก็เป็นวิธีการทางธรรมชาติ ที่มีผลทำให้อวัยวะมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพมีความสมบูรณ์และแข็งแรง ชะลอการเสื่อมและมีการพัฒนาทั้งรูปร่างและความสามารถในการทำงาน การใช้อวัยวะต่าง ๆ ไม่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว  จะส่งผลให้อวัยวะเหล่านั้นเจริญเติบโตช้าไม่สมบูรณ์และไม่แข็งแรง โอกาสที่จะเสื่อมโทรมมีมากขึ้นและอาจเป็นสาเหตุของการนำโรคได้ง่าย ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจ การออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพทั้งสุขภาพกายและใจ

จึงเป็นสิ่งที่ทุกประเทศกำลังรณรงค์ให้ความสำคัญโดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรม หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันและความเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการขาดการเคลื่อนไหว เช่น โรคหัวใจ โรคทางกระดูก โรคเกี่ยวกับปวดเมื่อย ฯลฯ ดังนั้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกำลังกายคืออะไร เพื่อจุดประสงค์ใดและสาเหตุที่ไม่ค่อยมีการออกกำลังกายของประชาชนเนื่องมาจากความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับสถานที่หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่เพียงพอ หรือเพราะสาเหตุเนื่องมาจากพฤติกรรมของมนุษย์เองหรือไม่ ตราบใดก็ตามเมื่อมนุษย์ยังมีการเคลื่อนไหวการกีฬาและการออกกำลังกายย่อมมีบทบาทส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฉะนั้น การกีฬาและการออกกำลังกายจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการดำรงชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ของการเล่นโยคะ เพื่อสุขภาพและความงาม

เนื่องจากการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาตลอดจนการบริหารร่างกายเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของการมีสุขภาพดี และกิจกรรมการออกกำลังกายก็มีมากมายหลายชนิด  เช่น  การวิ่ง  ว่ายน้ำ  ขี่จักรยาน  เต้นรำ  รำไท้จี๋  ฝึกซิกง และฝึกโยคะ เป็นต้น กิจกรรมแต่ละอย่างมีรูปแบบการเคลื่อนไหวและวิธีการเล่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็นับว่าเป็นข้อดีเพราะจะทำให้ผู้ที่สนใจเรื่องการดูแลสุขภาพได้มีโอกาสเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายตามความชอบและความสนใจของตน

โยคะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของกิจกรรมการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมเพื่อบริหารกายและจิต ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จะเห็นได้จากปริมาณของสื่อต่างๆ ได้แก่ หนังสือ วิดีโอ วีซีดี ที่เพิ่มขึ้น โยคะที่ดีต่อสุขภาพก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยเบิร์นแคลอรี่ ปราบเซลลูไลท์ และแก้ปัญหาส่วนเกินในจุดที่คุณสาว ๆ กังวลได้ ถ้ายิ่งฝึกบ่อย ๆ ยังช่วยให้คุณสาว ๆ ดูเด็กลงด้วย ประโยชน์เพียบแบบนี้ชักอยากลุกขึ้นมาฝึกโยคะแล้วสิ แต่ถ้าใครมีปัญหาไม่มีเวลาไปเข้าคอร์สโยคะที่ได้

ปัจจุบันโยคะถือเป็นการออกกำลังกายยอดนิยม ส่วนใหญ่สาวๆ ให้เหตุผลว่าเล่นโยคะแล้วร่างกายฟิตแอนเฟิร์ม หรือการเล่นเป็นประจำเป็นระยะเวลานานก็จะทำให้มีรูปร่างที่ผอมเพรียวและร่างกายที่ยืดหยุ่นดี หากแท้ที่จริงแล้วโยคะอันเป็นศาสตร์ที่กำเนิดขึ้นมานานกว่า 2000 ปีนั้น ให้ประโยชน์แก่ผู้ฝึกอย่างไร

ประโยชน์ทางด้านร่างกาย
– ร่างกายมีความยืดหยุ่น(Flexibility): ร่างกายของผู้ฝึกโยคะจะได้รับยืดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ผู้ที่ต้องอยู่ในท่าเดิมๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้ร่างกายตึงและยึด เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะฝึกโยคะ
– เพิ่มความแข็งแรง (Strength): ท่าโยคะหลายท่าที่ผู้เล่นจะต้องแบกน้ำหนักของตัวเองในรูปแบบที่แต่งต่างจากในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่นท่า Plank (ลักษณะเหมือนท่าวิดพื้น แต่แขนตรง ไม่งอข้อศอก)
– มีกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วน: ผลพวงของการมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นคือร่ายกายจะมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อที่ได้จะได้สัดส่วนทั่วทั้งร่างกาย เนื่องจากท่าโยคะต่างๆ นั้นเป็นการบริการตั้งแต่หัวจรดเท้า
– อาการปวดตามส่วนต่างๆ ในร่ายการจะลดลง : ยกตัวอย่างสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง หลังจากคุณฝึกโยคะร่างกายจะมีพัฒนาการในด้านการยืดหยุ่นและความแข็งแรงเพิ่มขึ้น คนที่ปวดหลังส่วนมากเกิดจากการนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือขับรถเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจจะทำให้เส้นตึง ยึด หรือเส้นประสาทที่กระดูกสันหลังถูกกดทับ ซึ่งถือว่าโยคะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เหมาะสมอย่างยิ่ง  นอกจากนี้ผู้ฝึกจะมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น
– มีการหายใจที่ดีขึ้น: คนส่วนมากมักจะหายใจไม่ลึกและไม่ให้ความสำคัญกับการหายใจเท่าที่ควร การหายใจแบบโยคี (Pranayama) เป็นการฝึกที่ต้องเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจและฝึกให้เราหายใจโดยใช้ปอดอย่างเต็มกำลังความสามารถซึ่งร่างกายทุกส่วนจะได้รับประโยชน์ การหายใจแบบโยคีมีหลายประเภทมาก บางประเภทช่วยให้ช่องทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น บางประเภทช่วยทำให้ระบบประสาทส่วนกลางที่เกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย (central nervous  system)  สงบและผ่อนคลาย  ทั้งนี้ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
– โยคะเป็นการออกกำลังการที่ใช้น้ำหนักตัวเองช่วย (weight bearing): ซึ่งจะช่วยให้ความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้น เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงวัยทองผู้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน และกระดูกบาง

 

 

ประโยชน์น่ารู้ที่ร่างกายได้รับจากการขี่จักรยานออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ


ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีคนจำนวนมากหันมาขี่จักรยานกันมากขึ้น มีทั้งขี่เพื่อความสนุกสนาน และเพื่อออกกำลังกาย ถึงขนาดมีการตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้นมาด้วย เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานฟิกซ์ เกียร์ เป็นต้น แต่ทราบกันหรือไม่ว่า การขี่จักรยาน ยังให้ประโยชน์กับร่างกายอีกหลายอย่างเลยทีเดียว ข้อดีเกี่ยวกับการขี่จักรยานให้ได้ทราบกัน

1. เป็นวิธีออกกำลังที่แสนง่าย
ใครที่ไม่อยากเสียเงินค่าสมัครสมาชิกฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย และต้องเสียเวลาเดินทางไปอีก ลองหันมาหยิบเจ้าจักรยานสองล้อที่บ้านมาขี่แทนสิ ไม่ว่าจะออกไปซื้อของ ไปบ้านเพื่อน หรือขี่กินลมชมวิวรอบ ๆ หมู่บ้าน ก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าสมาชิกรายปีให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่ลงทุนซื้อจักรยานสักคันก็เพียงพอแล้ว
2. ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด และการทำงานของหัวใจดีขึ้น
รู้หรือไม่ว่า การขี่จักรยานเป็นวิธีช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกายอีกทางหนึ่งด้วยนะ เพราะทุก ๆ ครั้งที่ขี่จักรยานจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และเต้นอยู่ในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับหัวใจได้ดีเชียวล่ะ นอกจากนี้ยังช่วยให้ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย
3. เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย
หากปั่นจักรยานเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคุณก็ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ลองสังเกตตัวเองดูสิ เช่น เดือนแรกคุณปั่นได้วันละ 5 กิโลเมตร พอเข้าเดือนที่สองคุณอาจขี่ได้ระยะทางมากกว่าเดิม โดยที่ยังไม่รู้สึกเหนื่อยด้วยซ้ำ
4. ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ
กล้ามเนื้อบริเวณช่วงขาของคุณจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ก็เพราะการขี่จักรยานนี่แหละ นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ และสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย
5. ลดน้ำหนัก
การขี่จักรยานออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากวิธีหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และขจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าคอร์สตามสถาบันความงามต่าง ๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด ซึ่งการขี่จักรยานเพียง  1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 600 แคลอรี่ เลยทีเดียว และหากยิ่งขี่ขึ้นภูเขาด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งเผาผลาญได้มากอีกหลายเท่าตัว
6. เป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
หากว่าที่ทำงานของคุณไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านมากนัก ลองขี่จักรยานไปทำงานดูบ้างสิ นอกจากจะทำให้คุณมีรูปร่างดีจากการออกกำลังแล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใด ๆ ที่เป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก
7. ช่วยให้สุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น
อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า การขี่จักรยาน เป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานตามสวนสาธารณะที่อุดมไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมากรายล้อมอยู่รอบ ๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายกว่าเดิม รวมทั้งได้สูดบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรออกมาขี่จักรยานข้างนอก ดีกว่าขี่จากเครื่องออกกำลังตามฟิตเนสนะ